1. คำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย: ก่อนเริ่มพิธีกรรม เจ้าของบ้าน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จะกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย เพื่อแสดงความเคารพต่อพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นการเริ่มต้นที่ดี และเป็นมงคลแก่พิธี
2. คำอาราธนาศีล 5: หลังจากกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย เจ้าของบ้านจะกล่าวคำอาราธนาศีล 5 เพื่อแสดงความตั้งใจที่จะรักษาศีล 5 ในระหว่างการประกอบพิธี เป็นการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ พร้อมรับฟังพระธรรมเทศนา
3. บทสวดมนต์: พระสงฆ์จะเริ่มสวดมนต์ ซึ่งเป็นบทสวดที่เป็นมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัย เช่น บทชัยมงคลคาถา บทอิติปิโส หรือบทสวดอื่นๆ ตามความเหมาะสม
4. บทชัยปริตร (บทสวดถวายพรพระ): หลังจากสวดมนต์เสร็จ พระสงฆ์จะสวดบทชัยปริตร หรือบทสวดถวายพรพระ เพื่ออวยพรให้เจ้าของบ้าน และผู้ที่มาร่วมงาน มีความสุข ความเจริญ
5. บทกรวดน้ำ: หลังจากพระสงฆ์สวดบทชัยปริตรเสร็จ เจ้าของบ้าน และผู้ที่มาร่วมงาน จะร่วมกันกรวดน้ำ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร และผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญู และขออโหสิกรรมต่อกัน
6. คำกล่าวถวายสังฆทาน: หลังจากกรวดน้ำเสร็จ เจ้าของบ้านจะกล่าวคำถวายสังฆทาน เพื่อถวายเครื่องสังฆทานแด่พระสงฆ์ เป็นการทำบุญ และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ตนเอง และผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
7. คำกล่าวขอขมาพระรัตนตรัย: หลังจากถวายสังฆทานเสร็จ เจ้าของบ้านจะกล่าวคำขอขมาพระรัตนตรัย เพื่อขออโหสิกรรม หากได้ล่วงเกิน ทั้งกาย วาจา ใจ โดยไม่ตั้งใจ
8. คำกล่าวอนุโมทนา: พระสงฆ์จะกล่าวอนุโมทนา เพื่อแสดงความยินดีในบุญกุศลที่เจ้าของบ้านได้ทำ และอวยพรให้ประสบความสุข ความเจริญ
การกล่าวคำต่างๆ ในพิธีทำบุญบ้าน ล้วนมีความหมาย และเป็นสิริมงคล ช่วยให้พิธีกรรมดำเนินไปอย่างราบรื่น และสมบูรณ์ เป็นการเสริมสร้างความเป็นมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัย รวมถึงเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป